เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น เราตื่นกันประมาณตี 5 ครึ่ง อาบน้ำเตรียมตัวเดินทางไกลในวันนี้

ถ่ายรูปเล่นกันหน้าที่พักก่อนออกเดินทาง

--------------------------------------------

รถนัดเรามารับที่พักประมาณ 7โมงเช้า เราเริ่มต้นทานอาหารเช้าเพิ่มพลังกันก่อน อาหารเช้าของโรงแรมค่อนข้างเน้นอาหารหนักๆ ให้พลังงาน สักพักมีพนักงานนำ set lunch. Box. มาเตรียมพร้อมให้เรานำขึ้นไปทานบนเขาด้วย เอาล่ะสิ มีรายการของเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีก แต่สู้ไหว ยังไงๆก็ต้องพกอาหารเที่ยงใส่ลงกระเป๋าติดตัวไป ยังไงก็ต้องหิวแน่

 

--------------------------------------------

--------------------------------------------

ข้าวต้มร้อนๆ ที่ว่าจะไม่กิน แต่พอเปิดหม้อแล้วต้องตัก เพราะกลิ่น... หอมมาก และรสชาติไม่เลวเลยทีเดียว

--------------------------------------------

--------------------------------------------

 

ประมาณ 8.30 เราเจอไกด์ผู้ที่จะคอยดูแลพวกเราไปตลอดทริปนี้ ชื่อ. Mr.Lee. ไกด์ lee เป็นชายรูปร่างกระทัดรัด ยิ้มแย้มแจ่มใส หน้าตาสุภาพ ดูอารมณ์ดี ทักทายดูแลเรื่องกระเป๋าที่จะขนขึ้นเขาไปให้อย่างดี เมื่อทุกอย่างพร้อม เราก็พร้อมออกเดินทาง โดยนั่งรถตู้ต่อไปยังจุดที่เริ่มตนการเดินมุงสู่ยอดเขาคินาบาลู ในวันนี้ 

 

--------------------------------------------

รับแจกบัตรประจำคอ ของทุกคน ห้อยไว้ตลอดเวลาของการเดินทาง 3 วันนี้

--------------------------------------------

นั่ง รถต่อไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงทางขึ้นเขา lee แนะนำการเดินทาง และเป้าหมายต่างๆของการเดินทางในวันนี้ก่อนเริ่มออกเดินจริง วันนี้จะต้องเดินกันรวม  6 k.m. จนถึงตำแหน่งที่พัก

 

ก่อนออกเดินทางเราใช้ บริการฝากสัมภาระต่างๆที่จะใช้ในระหว่างอยู่บนเขาไว้กับลูกหาบ ซึ่งก็คือไกด์ lee ของเราส่วนหนึ่ง ส่วนพวกเราพกสิ่งของติดตัวเท่าที่จำเป็นระหว่างการเดินขึ้นเขาเท่านั้น เช่น ขวดน้ำดื่ม อาหารกลางวัน อาหารให้พลังงาน ไม้เท้า (ถ้าไม่ได้เอาไปเองไปขอเช่าได้อันละ 10 RM) เสื้อกันฝน (เผื่อฝนตกเพราะอากาศบนเขาไม่แน่นอน) และ กล้องถ่ายรูป เสื้อกันหนาวสำหรับเดินป่า เท่านั้นพอ 

 

--------------------------------------------

--------------------------------------------

 เราเริ่ม ต้นออกเดินจริงๆประมาณ 9.30 ช่วงแรกของการเดินทางจะผ่านน้ำตก...  เป็นน้ำตกเล็กๆให้เราได้ตื่นเต้น รีบถ่ายรูปกันใหญ่ ณ เวลานั้นมีแต่ความตื่นตาตื่นใจ ป่าสวยสมบูรณ์ อากาศเย็นสบาย ออกจากน้ำตกไปได้ไม่นานก็เริ่มรู้สึกถึงความโหดของคินาบาลูอย่างแท้จริง ทางเดินขึ้นเขาช่วงแรก ค่อยๆชันขึ้น และต่อไปก็เต็มไปด้วยขันบันไดให้เดินกันแบบเหนื่อยๆ ระยะทางที่คิดว่าแค่ 500 เมตร เริ่มเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องผ่านการเดินขึ้นขั้นบันไดไปเรื่อยๆ มีสลับทางเดินราบบ้างแต่ก็ไม่มากนัก

 

--------------------------------------------

--------------------------------------------

ระหว่างการ เดินขึ้นสู่เขาในระยะทาง 6 กิโลนี้ ทุกๆ 1 กิโล จะมีจุดแวะพักให้เข้าห้องน้ำ หรือเติมน้ำดื่มไปได้ตลอดทาง น้ำดื่มที่เติมก็จะเป็นน้ำฝนที่เก็บไว้ในแทงค์น้ำ ดื่มได้ ถึงแม้จะมีตะกอนให้เห็นอยู่บ้าง แต่ชั่วโมงนี้แล้วเราไม่เห็นมีใครบ่นเรื่องน้ำไม่สะอาด ยังไงก็ขอมีน้ำดื่มไว้ก่อนดีกว่าไม่มีนะค่ะ

 

ใน ช่วงแรกของการเดิน เรายังสนุกกับการเดินไปเป็นกลุ่ม พูดคุย แวะถ่ายรูประหว่างทางไปเรื่อยๆ ต่อมาเสียงพูดคุยเริ่มน้อยลง เราได้ยินเสียงหายใจแรงขึ้น แวะพักกันบ่อยขึ้น จนถึงจุดพักประมาณ กม. ที่ 3 ก็ล่วงเข้าเกือบบ่ายโมง เราแวะทานอาหารเที่ยง (ทำลายสัมภาระที่ต้องขนไปด้วย) โดยปกติแล้วส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวจะแวะกันบริเวณ กม.4 แต่ด้วยพวกเราเดินกันแบบชิวๆ ถ้ารอไปจนถึง กม.4 คงจะหิวจนเป็นลมไปซะก่อน เติมพลังไว้ก่อนดีกว่า 

 

--------------------------------------------

หลังอาหารเดินทางกันต่อ ระหว่างทางหลังๆมานี่ เราถ่ายรูปกันน้อยลง เดินห่างๆกันมากขึ้น ทุกคนเดินตามกำลังของตัวเอง เหนื่อยก็พัก ผลัดกันแซง ผลัดกันตาม ไม่ต้องเป็นห่วงกันเท่าไหร่เพราะเส้นทางที่เราเดินขึ้นเขาดูแล้วรู้สึก ปลอดภัย ทางเดินเป็นเส้นทางชัดเจน มีคนเดินบ้างพักบ้างให้เห็นเป็นระยะๆ ถ้าจะเป็นห่วงก็คือห่วงตัวเอง เพราะเวลาต้องเดินขึ้นบันได ซึ่งเป็นหินต่อเรียงๆกันขึ้นไปมันชวนให้อยากหันหลังกลับเพราะความเหนื่อย จริงๆ 

 

จาก กม.4 ขึ้นไป เส้นทางเดินจากที่เป็นดินเป็นบันไดบ้าง ทางราบบ้าง เริ่มเปลี่ยนเป็นหินซะเยอะขึ้น เราเดินลำบากขึ้น แต่ก็สนุก โดยเฉพาะช่วงก่อนจะถึงจุดพักตรง กม.5 ทางเป็นหินตั้งชัน และมีเชือกให้ปีนขึ้นไป ช่วงนั้นเราเดินไปคนเดียว ลมแรงมาก มากจนกลัวว่าจะถูกพัด เราต้องเก็บหมวก และเริ่มลังเลว่าจะรอเพื่อนๆเพื่อปีนไปด้วยกันดี หรือลุยไปข้างหน้าต่อ เพราะยังไม่แน่ใจว่าเดินนำมาแค่ไหนแล้ว ณ ตอนนั้นความกลัวเข้ามาทำให้เกิดลังเลว่าจะไปต่อหรือจะรอดี แต่ด้วยความต้องการการท้าทาย เราตัดสินใจเดินลุยหน้าไปเอาชนะความกลัวที่เราคิดไปเองให้ได้ แล้วเราก็ทำได้จริงๆ หลังจากปีนฝ่าลมแรงขึ้นไปจนถึงด้านบนได้ เรารู้สึกว่าคุ้มสุดๆที่ได้เดินขึ้นมา เราได้สัมผัสความโล่ง สวยงามของธรรมชาติ รู้สึกอิสระแบบสุดๆ ลมพัดแรงตีหน้าจนหน้าชา แต่เป็นลมเย็นที่สดชื่นที่สุดที่เคยเจอมา

เราแวะรอเพื่อนๆสมาชิก เพราะอยากถ่ายรูปด้วยกันตรงจุดนี้ รอประมาณ 20 นาทีทุกคนก็เดินมาถึงโดยมีไกด์ตามท้ายปิดหลัง ดูแลอยู่เช่นเคย เราแวะถ่ายรูปกันเล็กน้อย แล้วเริ่มออกเดินต่อไปยังจุดหมาเหลืออีก 1 กม. เท่านั้นสำหรับการเดินทางในวันนี้

 

ระหว่างทางมี นักท่องเที่ยวคนอื่นเดินเดินขึ้นมาเป็นระยะๆ เราแซงบ้าง เขาแซงบ้างเช่นเคย และทุกคนที่เดินขึ้นมาถึงแม้มีท่าทางเหนื่อยล้า แต่ก็มีรอยยิ้มที่หน้า กล่าวทักทาย ให้กำลังใจให้เดินต่อไปกันตลอด ช่วงระหว่างทางตั้งแต่ กม.5-6 นี้เราโชคดีที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินความเร็วในระดับเดียวกัน จึงได้เดินไปด้วยกัน เป็นเพื่อนร่วมทางที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึก เราเดินขึ้นไปพร้อมๆกับหนุ่มจากคินาบาลูเจ้าถิ่น ที่เคยมาขึ้นเขาที่นี่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชื่อ mee mee บอกว่าทริบที่แล้วเค้าไม่เหนื่อยขนาดนี้ด้วยเหตุผลอะไรเยอะแยะที่ mee บอก พูดยาวจนเราไม่เข้าใจ แต่เราสรุปให้เค้าว่า เป็นเพราะเค้าแก่ขึ้นต่างหาก อิอิ 

 

มิตรภาพจากการเดินทางครั้งนี้หาซื้อไม่ได้ จริงๆ เราเจอกับสาวๆที่มาจากสิงคโปร์บ้าง มาเลเซียบ้าง ไกด์จากเกาหลี และคณะทัวร์จากเกาหลี ทุกคนที่ร่วมทางพร้อมเป็นมิตรพูดคุย เข้าใจกันบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยมิตรภาพที่พร้อมจะมอบ ให้กันจริงๆ

 

เราเดินขึ้นถึงจุดที่พัก.....  ประมาณ สี่โมงครึ่ง รวมวันนี้เดินไป 7 ชั่วโมงเต็ม เมื่อขึ้นมาถึง.... แล้วทุกๆคนจะมาแวะทานอาหารเย็นที่นี่ก่อน แต่สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดตอนนี้คือน้ำอุ่นๆเท่านั้น เนื่องจากอากาศข้างบนเย็นมากๆ ลมพัดแรง จนต้องขอหลบเข้าห้องอาหารทั้งๆที่อยากเดินเล่นถ่ายรูปแต่คงสู้ลมไม่ไหว เพราะไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวติดมาด้วย

 -------------------------------------------------

ระหว่างรอ สมาชิกเดินทางมาถึง เราทานข้าวรอก่อน อาหารเป็นบุฟเฟ่ ที่เราชอบมากคือมาม่าผัด คุ้นลิ้นคนไทยดี และที่อร่อยมากอีกอย่างคือเนื้อ เนื้อที่นี่หมักได้นิ่มมาก อย่างที่เรียกว่าละลายในปากเลยทีเดียว

สมาชิกมาถึงและทานข้าวเรียบร้อยเราเช็คอินเข้าที่พัก ที่พักบนนี้เป็นห้องแบบ dorm เหมือนด้านล่างเมื่อคืน มีเตียง 2 ชั้นให้เรา 3 เตียงอยู่กันสบายๆ 5 คน แต่ห้องน้ำที่นี่ไม่มีน้ำอุ่น เมื่อเอามือแตะน้ำประเมินความเย็นแล้วทมันใจได้ว่าไม่สามารถอาบได้แน่ๆ เพราะแค่เอาน้ำโดนมือ ยังเย็นไปถึงหัวไหล่ นี่ถ้าเอาราดตัว ไม่รู้จะหายใจออกรึเปล่า เราจึงได้แต่เอาน้ำลูบๆ ล้างมือล้างเท้า ล้างหน้า (หน้าชาเลยทีเดียว) แปรงฟัน ใครที่เสียวฟัน โดนน้ำเย็นไม่ได้ ไม่แนะนำให้แปรงนะค่ะ เพราะน้ำเย็นม๊ากกกกก 

 

คืน นี้เราต้องรีบนอนกันแต่หัวค่ำ ถึงไม่อยากนอนก็ต้องนอนแล้วล่ะค่ะเพราะเหนื่อยกันเต็มที่แล้ว ก่อนนอนเราเตรียมจัดกระเป๋าเตรียมของที่ต้องใช้เดินทางในวันพรุ่งนี้ ไกด์นัดเราตอนตี 2 ให้ทานอาหารและจะเริ่มเดินตอนตี 2 ครึ่ง เราเตรียมของใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้นสำหรับเดินขึ้นเขาตอนเช้าในวันพรุ่ง นี้ ได้แก่ ไฟฉาย (แบบใส่บนศีรษะ) จำเป็นมากๆ สำหรับการเดิน อาหารพกติดตัวไปให้พลังงานแนะนำเป็นช๊อกโกเลตทานง่ายๆ น้ำดื่มพกไปคนละขวดเลยค่ะ ได้ดื่มแน่ๆ กล้องถ่ายรูป เสื้อกันหนาว ไม้เท้าคู่กาย (เอาไปเผื่อไว้ก่อนอุ่นใจ) เตรียมตัวเสร็จรีบนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อลุยกันต่อไป

--------------------------------------------
จบทริปวันที่ 2 ไปแบบเหนื่อยอ่อน แต่คุ้มมากกับประสบการณ์ที่ได้รับ พรุ่งนี้เราจะเจออะไรกันอีก ติดตามได้นะคะ ตอนนี้กำลังเขียนอยู่ ยิ่งเขียนยิ่งยาว... สนุกดีจังเลย
----------------------------------------------

ใครอยากไปเที่ยวเรายินดีให้คำแนะนำนะคะคุยกันได้ ทาง facebook ของเราเอง

http://www.facebook.com/okalitoursphuket

add เป็นเพื่อนได้เลยยินดีต้อนรับ.. หรือทาง fanpage

http://www.facebook.com/okalitours

ยินดีรู้จักทุกคนเลยค่ะ  :)

Comment

Comment:

Tweet

น่าเที่ยวครับ

#3 By โจ้ on 2012-07-25 21:06

@clepsydra เหมือนกันเลยค่ะ อยากกลับไปอีก มากๆ ประทับใจสุดๆค่ะ 

#2 By Phuket Tours by Okali on 2012-07-24 08:42

ไปมาตอนสมัยเรียน  ยังไม่เคยลืมทริปนี้เลย
เพราะสนุก มัน โหด ฮามากๆ  สร้างวีรกรรมไว้เยอะ
แวะมาเห็นบล๊อกนี้มีความรู้สึกว่าอยากกลับไปอีก
Hot! Hot!

#1 By Clepsydra:: on 2012-07-21 05:41